JA#13 The Dangerous Rescue

posted on 07 Mar 2016 22:01 by loilanlom in JediApprentice directory Fiction

 

 

 

              เมื่อโอบีวันติดต่อประสานงานกับทาลและบอกข้อมูลว่าเจอตัวไควกอนแล้วแต่ยังออกมาไม่ได้ อดิ กาเลียและสิรีจึงกลับมาอีกครั้งในภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน ทั้งสองได้ข้อมูลจากทางวิหารว่า ผู้มีสัมผัสพลังอีกคนที่อยู่ในห้องทดลองนั้นน่าจะเป็น นอร์ ไรอา เจไดเฒ่าคนนึงที่ถูกแจ้งว่าหายตัวไปอย่างลึกลับ เปิดเรื่องมาไม่นานไควกอนก็หนีออกมาจากห้องแล็บได้ แต่เจนน่ากลับพาอาจารย์นอร์หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้อดิ ไควกอน โอบีวัน และสิรีต้องมาร่วมแรงร่วมใจ หาทางช่วยเจไดเฒ่ากลับมา

 

 


        จัดเป็นอีกหนึ่งเล่มที่เล่นประเด็นการทำงานร่วมกันของเหล่าเจได ที่ไม่ว่าฝั่งอาจารย์หรือลูกศิษย์ก็ได้บทเรียนของตัวเอง เมื่อไควกอนที่ยังบาดเจ็บอยู่รั้นจะขอตามภารกิจช่วยเหลือตัวประกันต่อไป เขาก็ต้องหัดเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือจากเพื่อนและรับฟังความคิดเห็นจากอดิ เมื่อรู้ว่าโอบีวันแอบทำนอกเหนือคำสั่งอาจารย์ ทำให้ไควกอนไม่พอใจ เธอให้ความเห็นว่า

"ถึงภายนอกท่านกับลูกศิษย์ช่างดูแตกต่างกัน

แต่แก่นแท้น่ะเหมือนกันมาก"

"บางทีนั่นไม่ใช่เรื่องดี" ไควกอนตอบก่อนนึกในใจ หลายครั้งที่เขาไม่อดทนกับตัวเองเท่าๆกับที่ไม่อดทนกับโอบีวัน บางทีนั่นเป็นเพราะเขาเห็นความผิดพลาดของตัวเองในตัวเด็กชาย เพราะอดิก็รู้สึกเช่นนั้นกับสิรีเช่นกัน พวกเขาล้วนอยากให้ลูกศิษย์เติบโตขึ้นเป็นเจไดที่ดีกว่าตัวเอง เวลาชี้แนะแนวทางให้ลูกศิษย์ก็เหมือนการแนะนำตัวเองไปด้วย อาจารย์ทั้งคู่พบว่าการมีลูกศิษย์นี่แหละที่สอนคนเป็นอาจารย์ได้ดีที่สุด

 

                 เช่นเดียวกันทางด้านโอบีวันและสิรีที่พากันไปช่วยแอสตรีที่หนีออกมาเพื่อหวังจะแก้แค้นโอน่า โนบิสที่ยิงพ่อของเธอ กลับต้องติดกับดักของโอน่า โนบิสถึง 2 ครั้งติดๆกัน โดยในครั้งแรกโอบีวันสามารถยืนระยะสู้กับนักล่าเงินรางวัลได้สักพัก แต่นานไปกลับรู้ตัวดีว่าจะแพ้เลยชิงหนีมาก่อน ทำให้สิรีแอบถากถางอยู่ในใจ                     แต่เมื่อสิรีเผชิญหน้ากับนักล่าเงินรางวัลตัวคนเดียวก็พลาดท่าถูกจับ ร้อนถึงโอบีวันต้องตามไปช่วย ทำให้เธอตระหนักได้ว่าแม้แต่เจไดเก่งๆก็ไม่ใช่ว่าจะเอาชนะได้ในทุกสถานการณ์ บางทีก็ต้องหนีเพื่อลดความสูญเสีย ในเล่มนี้พอสิรีออกไปทำงานภาคสนามแล้วก็ดูจะพัฒนาขึ้นมาก ตั้งแต่การรู้จักยั้งปาก ไม่ปากเบาอย่างแต่ก่อน ถึงไม่เห็นด้วยกับโอบีวันก็ยังยอมตามเขาไปโดยดี และเมื่อรู้สึกผิดก็มาขอโทษและขอบคุณโอบีวันตรงๆ

 

             อีกคนที่มาในบทรับเชิญคือ นอร์ ไรยา เจไดเฒ่า บางคนอาจจะสงสัยว่าเจนน่าเก่งขนาดจับเจไดได้เลยเหรอ คงเป็นเพราะนอร์ออกไปใช้ชีวิตวัยเกษียณที่บ้านเกิดแล้วเกิดเป็นที่รู้จัก เจนน่าเลยสั่งให้โอน่า โนบิสไปจับมาทดลอง เพราะนักล่าเงินรางวัลคนนี้เก่งขนาดสู้กับไควกอนและโอบีวันแล้วรอดไปได้หลายครั้ง นอร์เองก็แก่แล้วไม่มีแรงและความเร็วเหมือนหนุ่มๆ อีกอย่างที่บ้านเกิดไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างที่วิหารเจไดเลยถูกจับไปง่ายๆ แต่ถึงแกไม่มีบทพูดแต่ก็แสดงความฉลาดไว้ไม่น้อยนะ ทิ้งร่อยรอยให้ตามได้อยู่เรื่อยๆ ด้วยการใช้เสื้อคลุมเจไดมาทำตุ๊กตาโยนให้เด็กที่อยู่ใกล้ๆ จนพวกเจไดใช้เป็นหลักฐานตามรอยไปจนพบ(เอ่อ ก็สงสัยอยู่นะเจนน่าไม่สังเกตบ้างเหรอว่าอาจารย์เจไดทำอะไร การตัดเสื้อทำตุ๊กตามันไม่ใช่ง่ายๆซะหน่อย เอาน่า ถ้านางรอบคอบคงไม่ถูกจับได้หรอก)

 

 

           เป็นอันว่าเล่มนี้ก็จบไตรภาคการสืบสวน เราชอบที่มันมีอารมณ์ขันระบายบางๆตลอดทั้งเรื่อง มีเทคนิควิธีการสืบสวนที่ดูช่างสังเกต อ่านไปก็รู้สึกว่าเออ คิดได้ไง ทั้งๆที่เป็นวิธีง่ายๆที่ใช้ได้ผลเเต่นึกไม่ถึง มีความน่าประหลาดใจเล็กๆน้อยๆ เกินคาดบ้างนิดหน่อย ได้เดินทางกระเตงกันไปหลายดาวเลยกว่าจะจบ ในด้านตัวละครหลัก โอบีวันเจิดจรัสและฉลาดขึ้นมาก แม้จะพลาดท่าเสียทีไปบ้างก็หาทางแก้ไขจนรอดตัวกลับมาได้ ส่วนไควกอนที่แม้เล่มสุดท้ายจะทุลักทุเลจนต้องช่วยลุ้นให้ผ่านไปได้ก็ยังมีความหลักแหลมเช่นเคย

 

             ด้านตัวละครรองๆก็ใช้ได้คุ้มค่ามาก แม้ตัวร้ายหลักอย่างเจนน่าจะเป็นบทนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไรนัก เสียดายที่ไม่ได้ลงลึกว่าการทดลองเรื่องพลังของเธอด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่แลกมาด้วยชีวิตเหยื่อหลายคนนั้นได้ความรู้อะไรมาบ้าง เจอมิดิคลอเรียนไหม เหมือนจะรู้แค่ว่าเวลาเข้าถึงพลังแล้วร่างกายอยู่ในภาวะสงบขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนโอน่า โนบิสนักล่าเงินรางวัลหญิงผู้เก่งกาจ ถ้าเธอตัดใจตั้งแต่เล่มก่อน ไม่แค้นโอบีวันจนกลับมารับจ้างเจนน่าอีกรอบก็น่าจะรอดชีวิตไปได้แล้วแท้ๆแต่ก็ไม่ สำหรับตัวละครอีกตัวหนึ่งที่ดูมีมิติกว่า มีทั้งด้านดี ด้านร้าย แถมยังน่าตกใจกว่าคือวุฒิสมาชิกหญิงซาออน ที่ตอนแรกดูเหมือนเป็นเหยื่อผู้น่าสงสาร แต่ตอนหลังกลับไปพัวพันกับแผนการร้ายด้วยทั้งๆที่ลูกชายก็ตกเป็นเหยื่อของเจนน่าแท้ๆ เพราะพอทำผิดไปแล้วถูกข่มขู่ให้ร่วมมือด้วยจนถลำลึกเข้าไปในแผนการของเพื่อน

Comment

Comment:

Tweet

laughing ทักทายค่ะ

#1 By สะเลเต on 2016-03-09 17:38