ครั้งแรกที่เจอคือตอนเดินไปแถวชั้นหนังสือ Lord of the rings ในห้องสมุด เห็นหนังสือเล่มบางๆหน้าปกสวยแปลกตาดีเลยหยิบมาอ่าน(โดยไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ตอนนั้นยังไม่ได้อ่านซิลมาริลเลียน) คิดว่าอืม  หน้าปกประมาณนี้เรื่องน่าจะเป็นพระเอกผู้เก่งกล้าในการศึก อะไรประมาณนั้น กะว่าน่าจะได้ความบันเทิงแบบไวๆ พลิกดูคำโปรยหลังยิ่งน่าอ่าน
 
อ่านไปแล้วได้ความระทึกใจจริงๆ แต่เป็นประเภทอ่านไป ต้องหาอะไรมาจดไป พลิกไปดูแผนที่บ้าง เพราะตอนแรกงงเลย ชื่อเยอะ ใครเป็นใคร ตกลงแล้วกษัตริย์ชื่อนี้ ครองเมืองนี้ เป็นญาติกะคนนี้  แต่ว่าก็ได้ความตื่นเต้นสุดๆเพราะไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง  อ่านไปเรื่อยๆจนเข้าเรื่องนิเอนอร์ เราก็รู้สึกแล้วไงว่า มาอีหรอบนี้แน่นอน แต่จะจบงี้จริงเหรอ พลิกไปดู เอ มันก็เหลืออีกไม่กี่หน้าแล้วนะ  ค่อยๆอ่าน จนจบก็ อึนเลย จบงี้จริงๆด้วย ปกติไม่เคยเจอเรื่องที่ชีวิตมันจะบัดซบเรื่อยมาขนาดนี้  (จนได้ดูเกมออฟโทรนส์)
 
 
 
แต่เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างนะ  
ทูรินก็ไม่ได้เศร้าไปซะหมด(เพิ่งคิดได้ตอนอ่านอีกรอบนึง)
 ใช่ว่ามีแต่เวลาห่อเหี่ยว  มีเวลาหึกเหิม มีความสุขเหมือนกัน เช่น อยู่โดริอัธเขาก็เลี้ยงอย่างดี 
ตอนอยู่อะมอนรูธก็รบชนะอยู่บ่อยๆ จนจะตั้งตนเป็นเจ้าเมืองซะแล้ว  ไปอยู่นาร์โกทรอนด์ก็เป็นที่นับหน้าถือตาตั้งหลายปี   หรือไปอยู่ป่าเบรธิลก็ได้แต่งงานกับคนที่รักอยู่ตั้งสามปี
 


การขึ้นไปสู่ที่สูงนั้นยากลำบาก และยังตกลงมาได้ง่ายนัก

เป็นคำสอนของซาดอร์ต่อหนูน้อยทูริน
เข้ากับชีวิตทูรินตอนอยู่โดริอัธ พอได้ดีเกินไปก็มีคนเขาอิจฉาขัดแข้งขัดขา
 
 

 
ผู้ซื่อสัตย์และมีใจสุจริตอาจทำความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ
และบาดแผลนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกกระทำโดยศัตรู

ฮูรินพูดถึงซาดอร์  แต่เข้ากับชีวิตทูรินตอนพลั้งมือฆ่าเบเล็กเหลือเกิ๊น 
ข้อคิดจากเรื่องนี้Foot in mouth จะช่วยใครให้มัดมือไว้ก่อน แล้วค่อยแก้มัดที่เท้า
 
 

 
ความหวังลมๆแล้งๆเป็นอันตรายเสียยิ่งกว่าความกลัว

เขาคงหมายถึง ไม่อยากให้มัวรีรอ ติดพันในสิ่งที่เป็นไปได้ยาก
หากทำอะไรได้ก็จงทำไปเลย  เราก็ไม่แน่ใจว่าความอันตรายของ
ความหวังที่ไม่มีทางเป็นไปได้ กับ การที่กลัวจนไม่กล้าทำอะไรเลย อะไรแย่กว่า
 
 
 
 
อันนี้ตอนเด็กๆทูรินบอกว่าอยากจะไปเป็นทหารรับใช้กษัตริย์เอลฟ์
แต่พอจบสงครามเนียร์นายด์ ทูรินต้องจากแม่ไปจริงๆ
เขาก็ไม่อยากไปเสียแล้ว  ทูรินเลยบอกตัวเองว่า
จากนี้ไปจะพูดอะไรต้องคิดให้ดีก่อน
ซาดอร์เลยบอกว่า ดีแล้วล่ะ นายน้อย
 
"คนส่วนใหญ่ชอบสอน แต่ที่เรียนรู้ได้มีน้อยนัก"
 

 
จงระวังทั้งความรุ่มร้อนและความเยือกเย็นในหัวใจของเจ้า
และจงอดทนให้มากไว้เถิด

คำเตือนจากเมลิอัน ตอนที่ทูรินมาขอออกไปรบ
เขานี่บทจะใจร้อนก็หุนหันพลันแล่น บทจะใจเย็นก็เย็นชาซะ
 
 

 
ความเคียดแค้นที่เกิดขึ้นในตอนเช้า จะเป็นความรื่นเริงของมอร์กอธก่อนถึงค่ำ

คำรำพึงของมาบลุงเมื่อเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทของทูรินกับซายรอส 
 

 
หากข้ายอมอยู่กับเจ้า นั่นก็เป็นเพราะความรัก หาใช่ด้วยปัญญา

เป็นคำพูดของเบเล็กด้วยความห่วงเพื่อน เบเล็กก็ตัดสินใจอยู่สู้เคียงข้างกับทูริน
 

 
ทูริน เอลฟ์จะมาตัดสินมนุษย์ได้อย่างไร
เบเล็ก ตัดสินจากการกระทำทั้งหลายของผู้คนไม่ว่าใครก็ตาม

ในฉากนี้ ทูรินนั้นยังเชื่อว่าพวกคนเถื่อนเพื่อนเข
ยังมีความดีในหัวใจที่อาจฟื้นคืน
เบเล็กนั้นไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่  
โดยเฉพาะอันดรอก(ลูกน้องทูริน)ที่เขาเห็นว่าหมอนี่เลวน่าดู
แต่หลังจากเบเล็กกลับมาหาทูริน แล้วเบเล็กใช้ความสามารถ
ด้านการรักษาพยาบาลช่วยชีวิตอันดรอกไว้หลายครั้ง
ในที่สุดอันดรอกก็มาช่วยชีวิตเบเล็กเอาไว้จากมิม คนเเคระค่อม  
นี่เป็นจุดเล็กๆจุดนึงนะ ที่แสดงให้เห็นว่า คนเลวอย่างอันดรอก
ก็ยังรู้จักสำนึกบุญคุณ  แม้แต่เบเล็กที่มองอันดรอกในแง่ร้ายมาก่อน
แต่ความใจดีของเอลฟ์หนุ่มหรือแค่หน้าที่ก็ตามแต่
ความดีอันนี้ก็ย้อนมาช่วยเขาไว้Cool
 

 
ในมิดเดิ้ลเอิร์ธยังมีความทุกข์ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าความทุกข์ของเจ้า  
และมีความเจ็บปวดมากมายที่มิได้เกิดจากอาวุธ

เบเล็กพูดตอนที่ทูรินจำเนลลัสที่ช่วยแก้ต่างให้เขาไม่ได้
 ทั้งๆที่นางเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลทูรินมาแต่เยาว์วัย  เบเล็กเลยพูดว่า
ทูรินเห็นจะสนใจอยู่แต่เรื่องของตัวเอง เลยให้ข้อคิดเขา
 แต่ว่าก็ยากอยู่นะในเรื่องของโทลคีนจะหาใครซวยกว่าทูริน

 
 ทูริน แม้มนุษย์ผู้รู้ตายจะมีช่วงชีวิตสั้นกว่าพวกเอลฟ์มากนัก 
แต่พวกเขาก็ยินดีจะพลีชีพในสนามรบดีกว่าคอยหลบหนีหรือยอมแพ้

กวินดอร์ เจ้าคิดถึงแต่ตัวเจ้าเองกับชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์ของเจ้า
และหวังจะให้พวกเราทำอย่างเดียวกัน แต่เราจำต้องคิดถึงผู้อื่น
นอกเหนือจากตัวเอง เพราะมิใช่ทุกผู้จะสามารถต่อสู้และล้มตาย
ยังมีผู้คนมากมายที่เราต้องปกป้องเขาไว้
จากสงครามและความพินาศ ตราบเท่าที่เราทำได้

 
นี่ทำให้เห็นความสุขุมของกวินดอร์ที่มองการณ์ไกลกว่า
หรือว่าอาจจะเป็นเพราะอายุมากกว่าทูรินก็เป็นได้
 แต่โอโรเดร็ธไม่ยักจะเห็น(เขาคงอยากรบจริงๆบ้างแหละ)
   เพราะถ้าทูรินจะผิดจริงๆก็ผิดด้านยุทธศาสตร์ การตัดสินใจ
ทั้งเรื่องการการซ่องสุมผู้คนที่อะมอนรูธ
ซึ่งเป็นชัยภูมิที่ไม่เหมาะจะเป็นทัพใหญ่เบเล็กก็เตือนแล้ว
และที่นาร์โกทรอนด์เป็นเรื่องความมั่นใจที่มากเกินไป
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เล่มนี้ชอบช่วงแรกๆ ถึงกลางๆ แต่พออ่านจบแล้วหดหู่อ้ะsad smile แต่ชื่อเอนทรีใช่เลย วีรบุรุษสุดซวยจริงๆ..

#3 By ชุน on 2014-07-18 23:06

เรื่องนี้ก้อยังไม่เคยดูเหมือนกันครับ....sad smile

#2 By Live a Live on 2013-05-16 22:23

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ :)
เราเองก็จะพยายามคาดหวังให้น้อยลง
และรับในทุกสิ่งที่เป็นไปค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ
จงระวังทั้งความรุ่มร้อนและความเยือกเย็นในหัวใจของเจ้า
และจงอดทนให้มากไว้เถิด
ประโยคนี้ตรงกับความรู้สึกเรามากๆ (ฮา)
ไว้เดี๋ยวถ้าช่วงไหนว่างๆ ได้เข้าร้านหนังสือ
จะลองหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านดูนะคะ
:) 

#1 By หมูหย็อง. on 2013-05-16 17:58