ข้อคิดของSilmarillion

posted on 14 May 2013 13:38 by loilanlom in silmaril
 
ทำดีต้องได้ดีเหรอ ????
 
ธรรมะชนะอธรรมเหรอ????
"It is The Lord's Purpose that prevails"
ไม่มีใครชนะชะตากรรมได้
ไม่มีใครที่ฝื่นสู้กับประสงค์ของพระบิดาแล้วจะชนะ
อย่าริพยายามอะไรเกินตัว
ทำตัวอ่อนน้อมไว้ แล้วจะดีเอง =_='
 
 แน่นอน ถ้าเรื่องนี้ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตรงๆดาดๆเราก็ไม่มาถกกันอยู่ตรงนี้
ถ้าเรื่องนี้ไม่มีตัวละครพวกเฟอานอเรียน เรื่องมันจะมีรสชาติได้ยังไง
แล้วซิลมาริลเลียนก็จะไม่เป็นที่จดจำขนาดนี้ 
แต่รู้สึกว่าน้ำเสียงมันประชดประชันมากไปหน่อย 
 การมาพูดว่าเป็นประสงค์ของพระเจ้าเนี่ย มันง่ายไป
อิลูคงไม่มานั่งบงการทุกๆอย่าง  แต่รวบรวมเอานู่น นี่ นั่น
มาใส่ลงไปเออา อาร์ดา แล้วปล่อยให้มันเกิดเรื่องราวต่างๆขึ้น 
 
"Nothing is fair in this world."
การทำดี ไม่จำเป็นต้องได้ดี
รักใคร ไม่จำเป็นต้องได้รักตอบ
ความพยายาม ไม่ได้บอกชี้ถึงความสำเร็จ
ความรักชนะทุกสิ่งได้ แต่ก็นำพาความชิบหายมาได้เช่นกัน
ทำผิดแค่ชั่วครู่ แต่ถูกสาปแช่งไปตลอดกาล
คนซื่อสัตย์ ไม่จำเป็นต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี
ฯลฯ
"Life at best is bittersweet."
อันนี้เป็นโควตที่เราบอกตัวเอง ว่าซิลมาริลเลียนเป็นสิ่งที่ตอกย้ำรสนิยมเราจริงๆ
ว่าที่อ่านดู เราไม่ชอบพวกคู่แฮปปี้ plot shieldหนาเลยซักคู่
แต่กรี๊ดพวกที่ชีวิตรันทดทั้งนั้น....
 
 
สำหรับเรา เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

หนึ่ง ไม่มีชัยชนะใดในสงครามที่สมบูรณ์แบบ

ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา ชีวิต และความโศกเศร้า
 

สอง ถ้าแหวนเป็นสัญลักษณ์แห่งความยึดติดในลอร์ด
ซิลมาริลก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความยึดติดในซิลมาริลเลียน
การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งของยิ่งกว่าชีวิตคนนำไปสู่ความพินาศ
หรือแม้แต่การยึดมั่นในชีวิตคนมากเกินไปก็พินาศเหมือนกัน
(ยังสงสัยว่าถ้าซิลมาริลถูกขโมย แต่ฟินเวไม่ตาย  เรื่องมันจะเป็นยังไง)

สาม การที่เอาแต่จุดมุ่งหมาย โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ เป็นข้ออ้างทำความชั่วได้อย่างง่ายดาย

สี่ เราไม่ควรเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ คำเตือนคนอื่นที่แนะนำด้วยเหตุผลก็ควรฟังบ้าง

ห้า ไม่มีอะไรยืนยงอยู่ค้ำฟ้า อุบัติ พลัดพราก สิ้นสูญ

หก อย่าเชื่อคำยุยงของคนอื่นง่ายๆ

เจ็ด อย่าสาบานพล่อยๆ 5555
 
 

 
อย่างนึงที่หลายๆคนน่าจะรู้สึกตอนจบซิลมาริลเลียนคือ

การตามล่าซิลมาริลสุดขอบฟ้าของลูกเฟอานอร์สุดท้ายแล้ว ก็ได้มาครอบครองสมใจ
แต่เมื่ออยู่ในมือยังถือไว้ไม่ได้
อารมณ์ประมาณ อ้าว เหี้ย แล้วที่กูทำมาทั้งหมดเพื่อ.....?
 

 
เราเชื่อว่ากรุ๊ปลูกๆของเฟก็ทำอย่างเต็มกำลังในการชิงซิลมาริลคืนแล้วแหละ
ถ้าไม่ลอง แล้วจะรู้ได้ไงว่าทำไม่ได้ ถึงสุดท้ายมันจะโศกก็เหอะ

คือ ถ้าเรื่องมันทำตามคำสาบานไปพักนึง
 แล้วเห็นว่ามันไม่มีเหตุผล มันนำมาซึ่งเลือด และความเลวร้าย 

 ยอมผิดคำสาบาน หยุดทำบาป
 ยอมมีชีวิตขื่นขม แต่ไม่ยอมฆ่าคนบริสุทธิ์ นะ
 โอ้โห นายจะได้ใจเราไปเต็มๆเลยอ่ะ

 จะเป็นที่ชาบู ชาบู ของเอลฟ์ทั้งหลายแม้แต่เหล่าวาลาร์
 

อย่างว่า ใครมันจะดีได้ขนาดนั้น กลุ่มเฟอานอเรียนก็คิดถึงแต่ชีวิตของตัวเอง 
ดิออร์ เอลวิงก็เอาแต่ศักดิ์ศรี ทิฐิ
 เหมือนช้อนยาวในนรกน่ะ ตักใส่ปากตัวเองกินไม่ได้หรอก
สุดท้ายก็ย่อยยับลงหมด

 
อ่านแล้วรู้สึกนึกถึงตอนที่กิมลี่จะให้คณะเดินทางปฏิญาณ
แล้วเอลรอนด์บอกว่าอย่าเลยให้เป็นไปตามความสมัครใจเถอะ
สงสัยท่านจะนึกถึงเรื่องนี้อยู่หรือเปล่า

และสุดท้าย เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดและแก้ไข
 
 
 ...เอาเข้าจริงทุกๆการกระทำของตัวละครใน The Silmarillion มีเหตุผลของตัวเองเสมอ  (แต่เหตุผลมักจะขัดแย้งกัน  และแต่ละฝ่ายก็คิดว่าเหตุผลของตัวเองถูกต้องกว่า)  อ่านผิวเผินเหมือนอ่านนวนิยายแฟนตาซีพวกตำนานเทพทั่วๆไปแต่ถ้าลองวิเคราะห์กันดีๆมันเป็นนิยายที่โชว์ด้านดาร์กไซด์ของจิตใจเอลป์ สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าสูงส่งและเป็นอมตะในจักรวาลมิดเดิลเอิร์ธ ถ้าคิดตามตรรกะของมนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆแล้วโศรกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับบรรดาเผ่าพันธ์เอลป์นั้นเกิดมาจากกิเลสเรื่องความลุ่มหลงในวัตถุ ความยึดติดซึ่งส่งผลร้ายกาจในที่สุด...
 
 
เห็นด้วยจ้า
เรายังคิดว่าลอร์ดยึดติดวัตถุ สตาวอร์ยึดติดคน(กรณีอนาคินยึดติดกับแพดเม่)

 
 
เหมือนคำสอนของอาจารย์โยดา

attachmemt lead to jealousy the shadow of greed that is
การยึดติดนำไปสู่ความริษยาซึ่งนั่นเป็นเงาของความโลภ   
train yourself to let go of everything you fear to lose
เจ้าต้องปล่อยวางทุกๆสิ่งที่เจ้ากลัวจะสูญเสีย
 
 
 
 
 
 
 
 
ควรเอาไปบอกธิงโกล ธอริน กอลลัม มากๆ แล้วก็
 
ไม่มีใครทำได้ ป่อยๆๆๆTongue out
 

Comment

Comment:

Tweet

ยึดมั่นถือมั่นเกินไปมันก็ไม่ดีเนอะ
มันทำให้เราเหมือนมีความหวัง
ถ้ามากเกินไปก็กลายเป็นไม่ดี
( Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-05-16 08:27

Hot! Hot! Hot!
ทำดี สุดท้าย มันดีอยู่แล้ว ครับ...

#1 By Live a Live on 2013-05-14 22:05