Silmarillion:ประเด็น2

posted on 09 Apr 2013 13:24 by loilanlom in silmaril directory Entertainment, Diary
ประเด็น2
ความเห็นส่วนตัว นะคะ 
เราว่าบาปของเฟอานอร์ไม่เชิงว่าตกมาที่ลูกหรอกค่ะ  เพราะพวกนี้ก็ตัดสินใจที่จะกล่าวสาบาน และกล้าที่จะเดินทางตามเฟอานอร์ไปเอง เพราะงั้นก็ต้องรับผลของการกระทำนั้นๆเองด้วย  ไม่ว่าการจะทำไปโดยความจำใจ ด้วยหน้าที่ของลูกที่ดี หรือความคะนองอะไรก็ตาม
(คือเราสงสารสองคนนั้นจริง แต่ก็จะไม่ผลักความผิดมาให้เฟอานอร์อ่ะค่ะ)
 
                      ก็เห็นด้วยนะแต่ก็ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจของพ่อย่อมส่งอิทธิพลต่อลูกอย่างแน่นอน  ลูกย่อมห่วงไม่ยอมปล่อยให้พ่อตัวเองไปเผชิญอันตรายตัวคนเดียวหรอกน่า   ถึงจะเห็นอยู่(หรือตอนนั้นยังมองไม่เห็นก็ตาม)ว่ามันเป็นทางที่ยากลำบาก       แล้วโนลดอร์กลุ่มอื่นก็ตามมาด้วยเหตุผลเดียวกันคือ รักและห่วงญาติตัวเอง    ส่วนการจะทัดทานเฟอานอร์ยามอารมณ์แค้นพลุ่งพล่านYell(คุณจะลองดูก็ได้ อาจจะได้คำตอบกลับมาว่า "ไอ้ขี้ข้าวาลาร์ ขี้ขลาดนักก็เชิญไปมุดหัวอยู่ใต้กระโปรงวาร์ดาไป๊")      แต่เราว่าเฟอานอร์ก็ไม่ได้โหดร้ายถึงขนาดจะลงมือฆ่าพวกเดียวกันเองนะ  อย่างเอาดาบจี้อกฟิงโกลฟินก็เป็นคำขู่มากกว่าจะทำจริง

       เราเห็นใจฟิงโกลฟินนะกรณีนี้ คือ ด้วยความที่เขาก็เป็นเจ้าชายองค์โตเหมือนกัน เขาอาจจะอยากล้างแค้นมอร์กอธที่ฆ่าพ่อ แต่ก็ไม่อยากจากอามันไป       แต่ด้วยเหตุผลที่ตัวเองต้องรักษาคำพูดที่เคยพูดไว้ แล้วลูกตัวเองก็อยากจะตามลูกพี่ลูกน้อง   อีกทั้งไม่อยากให้ประชาชนตามผู้นำที่หุนหันพลันแล่นอย่างเฟอานอร์    จนฟินาร์ฟินตัดสินใจกลับทิริออน ฟิงโกลฟินถูกทิ้งให้เดินข้ามน้ำแข็ง เขาก็ยังมีความมานะที่จะไปต่อ   โดยต้องดูแลลูกๆหลานๆและประชาชนโนลดอร์ส่วนมากไปด้วย 
 
        ส่วนกลุ่มลูกเฟ ฮึ น่าแปลกนัก พวกเขากลัวอนาคตจะมืดมนนิรันดร์กาล แต่ไม่คิดว่าสิ่งทำลงไปวันนี้จะส่งผลให้ชีวิตของเขามืดมน(ประมาณว่า จะกลัวอะไรกับสิ่งที่ทำให้คุณตายได้ในอีกสิบปี ในเมื่อคุณอาจจะตายได้ภายในวันนี้)  
 
 
 
 
เรื่องซิลมาริลเผามือ เป็นเงื่อนไขออโต้ ที่วาลิเอร์วาร์ดา ตั้งไว้ตอนที่สร้างใหม่ๆค่ะ ว่าคนที่ทำผิดเลวร้ายมาก่อนจะแตะต้องและครอบครองซิลมาริลไม่ได้ พวกมายดรอสมากลอร์ ตอนนั้นไม่สนใจในวิธีการ เพื่อที่จะได้มาซึ่งซิลมาริลแล้ว โดนเผามือก็ไม่แปลกอะไร และทั้งคู่เองก็คงไม่ได้ต้องการอะไร แค่ fulfil the oath กับแก้คำสาปให้มันจบๆไปซะที
 ตอนที่เราอ่านเป็นตอนที่เราเศร้าและสงสารทั้งคู่มาก เพราะทั้งคู่เป็นลูกของเฟอานอร์ที่อ่อนโยนและมีเหตุผลที่สุด  แต่เพราะคำสาบานบ้าๆและคำสาปของมานดอส ที่ทำให้ตัวเองต้องทำเพื่อครอบครัว เพื่อพ่อ เพื่อคนที่ตามมา เพื่อคนที่ตายไปแล้ว เพื่อทุกอย่าง ทั้งคู่หยุดไม่ได้ ยังไงก็คือ the show must go on และคือพอได้มา ทุกอย่างก็จบ ที่พบว่าทุกอย่างที่ไล่มามันว่างเปล่า แต่ก็จบและพอกันได้ซะที
 
         ใครอ่าน สะใจก็บ้าและ เราว่าส่วนใหญ่อ่านแล้วเห็นใจมายดรอส มากลอร์มากๆ 
อย่างพี่น้องที่เหลือไม่ต้องกลัว Everlasting Darkness หรอก ในเมื่อมัน die today ไปแล้ว
 ไม่ใช่ die another day ด้วยEmbarassed

          เอลฟ์ทั้งคู่เค้ารู้แต่ว่าทำเพื่ออะไร  เพื่อใคร แต่ไม่สนใจว่าทำอย่างไร
เราว่าเมื่อไหร่หยุดก็หยุดได้   อย่างที่เเมกลอร์ทักท้วงมายดรอส  ถ้าเมื่อไหร่เราเห็นแก่คนอื่นยิ่งกว่าตัวเอง แล้วเสียสละยอมรับชะตา everlasting darkness ไป อนธกาลนิรันดร์   ในเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ เพื่อรักษาคำสาบานก็ต้องยืดอกรับผิดชอบ ถ้าขึ้นไปให้วาลาร์ตัดสิน เผลอๆมานเวไปพูดกับเอรูให้ (เหมือนพูดกรณีลูธิเอนว่าจะเอายังไง)เอรูก็น่าจะไม่ปล่อยให้ทนทุกข์หรอก    ยิ่งเป็นพวกที่สำนึกดี สังคมดีอย่างนี้ด้วย
 
ส่วนพวกการตัดสินใจของวาลาร์ เราไม่เคยให้ค่า ว่านั้นเป็นความเที่ยงธรรมอะไรเลย เทพพวกนี้เหมือนเทพกรีกค่ะ มีอารมณ์ มีอคติ มีความลำเอียง รักคนอ่อนน้อมและเชื่อฟัง (ดูได้ว่า คนที่สนิทจะได้อวยพรและรับของขวัญกำนัลมากมาย  ชัดๆเลยคือองค์ อุลโม หรือกรณีของลูธิเอน)   แต่เฉยเมยต่อคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร และลงทัณฑ์พวกที่แข็งข้อและไม่ทำตามตน แถมในส่วนนี้ พวกโนลดอร์ก็ดันหัวก้าวหน้าจัด(ประชด) ต้องการหาอิสระ ไม่อยากอยู่ใต้เงาพวกวาลาร์
(กาลาเดรียลก็ด้วยเถอะ)

แล้วเพราะเรื่องเกิดขึ้นมายกทัพไปทวงเพชรนี้  ถ้าเป็นเทพที่ดีจริง แทนที่จะคิดไปช่วยพวกโนลดอร์ไปลงโทษเมลคอร์...พวกเทพนี้รออะไรกันอยู่?  ต้องรอไฟเขียวจากองค์เอรูหรือไร?  เหมือนพวกวาลาร์มองว่า เด็กโง่พวกนี้ อยากไปก็ไปสิ แต่ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ พวกตูไม่ช่วยหรอกนะ โดยเฉพาะเจ้าพวกบ้านของเฟอานอร์ พวกนี้ต้องสาปแช่ง แกล้งให้หนักๆ
 
 
              นิสัยเทพก็ไม่ได้ต่างจากนิสัยคนทั่วไปนักนะ เราจะอยากช่วยทูรินไหมล่ะ ถ้าสมมุติเราเป็นผู้ใหญ่กว่าแนะนำตักเตือนด้วยความหวังดี  แต่ทูรินดันเชิดใส่ แล้วพูดจาก้าวร้าว ส่วนกรณีคู่พระเอกนางเอกก็ต้องยกให้เขาไปล่ะ   ขืนมานดอสเคร่งจัดเบเรน ลูธิเอนก็ยิ่งเศร้ากันไปใหญ่  
 
        ก็แล้วทำไมปวงเทพจะต้องลงไปจัดการเมลคอร์ให้ด้วย วาลาร์องค์หนึ่งทำเลว วาลาร์ที่เหลือต้องรับผิดชอบหรือ      เหมือนที่เราเห็นว่าเคเลกอร์ม คูรูฟิน มันร้ายต่อลูธิเอน ร้ายต่อฟินร็อด
 แต่มายดรอส แมกลอร์ก็ไม่เห็นจะต้องรับผิดชอบในความผิดน้อง     มอร์กอธก็ถูกปราบมาแล้วรอบนึง แล้วสาเหตุครั้งนี้ เริ่มแรกมันมาจากโนลดอร์หูเบาเชื่อคำยุยงของเมลคอร์   ซึ่งมันเป็นแผนสร้างความแตกแยกบนวาลินอร์    ซึ่งถ้าคิดด้วยใจเป็นธรรมหรือจิตใจที่มั่นคงแล้วก็จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องโกหก  

           ส่วนการไปแก้แค้นแทนพ่อ เฟอานอร์คิดลงไปทำสงคราม ก็ต้องยอมรับว่า สงครามน่ะเว้ย
 ต้องมีเอลฟ์ตาย ต้องถูกอาวุธ ต้องบาดเจ็บทรมาน เศร้าโศกเหลือคณา (เอ่อ มันก็ครบทุกข้อที่ทำให้เอลฟ์ตายไม่ใช่เหรอ อย่างงี้แมนดอสพูดว่าถ้าไปมิดเดิ้ลเอิร์ธพวกเจ้าจะต้องตายก็พอแล้ว) 
ต่อให้ไม่มีคำแช่งมานดอส หากพวกคุณตัดสินใจไปต่อสู้ ก็ต้องยอมรับตรงนี้ด้วย   แล้วสาเหตุที่แพ้ไม่ใช่เพราะคำแช่งมานดอส    แต่สาเหตุหลักก็เพราะเชื้อชั่วที่มอร์กอธปล่อยใส่จิตใจเอลฟ์กับมนุษย์  ทั้งการยุยง ทรยศ หักหลัง ไม่เชื่อใจกัน  แล้วก็วิทยาการด้านอาวุธ ไม่มีอะไรไปสู้บัลร็อคกับมังกรได้อย่างสูสี   
 
            เราว่ามานเวเตือนแล้วว่ายังไงก็เอาชนะเมลคอร์ไม่ได้ ต่อให้เก่งกว่านี้สามเท่า
 เมลคอร์สู้ตัวต่อตัวกะมานเวก็ยังไม่แน่ว่ามานเวจะชนะ(ตอนแรกๆนะ ตอนหลังถ่ายถอดพลังให้ลูกน้องเลยไม่ค่อยเก่งแล้ว)รู้สึกว่าจับมาตอนแรกก็ต้องใช้วาลาร์ ตั้งกี่องค์รวมพลังกัน แล้วลำพังทัพเอลฟ์จะสู้ไหวได้ไง    ก็ไม่รู้ว่าเฟแค้นจนไม่มองความเป็นไปได้ว่า ขนาดวาลาร์ตั้งกี่องค์ถึงชนะ แล้วเราอ่ะ   แต่ในอีกแง่นึงเฟเองก็ไม่ได้หวังถึงขั้นชนะอยู่แล้ว  แค่ทำให้มอร์กอธขยาดและรู้ถึงพิษสงของเอลฟ์โนลดอร์ก็พอใจ   อย่างที่เขาว่า จะไม่นั่งเฉยเหมือนพวกวาลาร์หรอก
 
                  จนตอนใกล้ตายนั่นแหละถึงเกิดลางสังหรณ์ว่าไม่มีเอลฟ์หรือมนุษย์ใดจะทำลายอังบันด์ได้    คือฝ่ายเทพก็ว่าเราเตือนเจ้าแล้ว แต่ก็อยากรนหาที่ตายเอง ช่วยไม่ได้
 ซึ่งบางทีก็รู้สึกว่าทิฏฐิสูงไปนิดนึง ตอนที่ทัวร์กอนส่งเอลฟ์ไปขอความช่วยเหลือก็จมน้ำตายเกือบหมด จนทัวร์กอนงอน ไม่คิดพึ่งพาวาลาร์อีกต่อไป ขอเชื่อใจในฝีมือตัวเองดีกว่าแล้วก็...ย่อยยับอัปราไปตามระเบียบ 

            แต่ก็...นะ เราว่าวาลาร์ไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรนักหรอก  แต่มันเป็นกงล้อแห่งโชคชะตา
ถ้าในเรื่องนี้ก็ต้องเรียกว่าเป็นมหาคีตาแห่งไอนัวร์  ซึ่งเหมือนเพลงเถา เอ้ย เพลงคอนชาโต้
ที่เมื่อเริ่มบรรเลงแล้วอาจจะเริ่มด้วยจังหวะเบาๆ เร่งขึ้นเป็นจังหวะสดใส รื่นเริง แห่งฤดูใบไม้ผลิ เอลฟ์กำลังอยู่ในเทศกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต   แล้วทันใดนั้น!!!เมฆดำทะมึนก็เคลื่อนเข้ามา      สายฟ้าฟาดลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเอลฟ์ต้องกระโดดหลบกันหย็องแหย็ง แล้วพายุร้ายก็โหมกระหน่ำ  เราต้องปล่อยอารมณ์ให้เคลื่อนคล้อยไปตามบทเพลง จนกว่าจะถึงท่อนของวาลาร์ที่จะโดดเข้าไปบรรเลง   วาลาร์ต้องรอให้คำสาบานของเฟอานอเรียนดำเนินไปอย่างที่มันจะเป็น ให้พวกเอลฟ์ได้ผ่านความทุกข์ทรมานกันแบบถึงที่สุดเสียก่อน (ถ้าช่วยก่อนหน้านั้นมันไม่ซาบซึ้งใจ)
 
          อีกอย่างฝ่ายเทพก็ตัดสินใจกันตั้งแต่แรกว่าเพื่อความปลอดภัย ให้เอลฟ์อยู่บนวาลินอร์ ที่มอร์กอธมารังควานไม่ได้ แล้วก็มีสภาพเหมาะแก่ชีวิตอมตะ ไม่มีความเสื่อมสลาย    ถ้าคุณเลือกไปมิดเดิ้ลเอิร์ธ แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมจะผ่านไปตามเวลา ดอกไม้ร่วง สัตว์เลี้ยงตาย
แล้วคุณก็ต้องปกป้องผืนแผ่นดินแห่งนั้นด้วยตัวเอง จะให้เทพมาคอยช่วยตลอดไม่ได้ อย่างยุคสามก็ส่งแค่อิสตารีมาช่วย
 
 

Comment

Comment:

Tweet