Silmarillion:Feanor

posted on 31 Mar 2013 13:09 by loilanlom in silmaril directory Entertainment, Diary
ด้านล่างนี้เป็นประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับชีวิตของเฟอานอร์
 
ว่าปัจจัยใดมีอิทธิพลต่อเขามากกว่า เพราะตัวเองหรือเป็นเพราะเมลคอร์กันแน่
 
ซึ่งเราว่าน่าสนใจดี  เขาเป็นเอลฟ์ที่เราเห็นบทบาทและบทพูดมากที่สุด
 
เพราะเอลฟ์ท่านอื่นนี่แทบไม่ได้อ้าปากพูดเลย
 
 
 
อี    สังคมเราทุกวันนี้ถกเถียงประเด็นนี้กันเยอะฮะ
เราอยู่ในสังคมที่ทุกๆคนกลายเป็นเหยื่อ เหตุผลของตัวเองสำคัญสุด
น่าเห็นใจสุด แล้วโยนความผิดให้คนอื่น
 
เป็นความผิดของบริษัทบุหรี่ ถ้าเราขืนสูบบุหรี่แล้วเป็นมะเร็งตาย
เป็นความผิดของร้านขาปืน ถ้าเราเอาปืนที่ซื้อมาได้ง่ายๆไปยิงคนตาย
เป็นความผิดของร้านขายเหล้า ถ้าเรากินเหล้าเมาแล้วขับรถชนคนตาย
 
 
แต่เดี๋ยวนะ
 
มีใครบังคับให้เฟอานอร์จิ้มดาบใส่อกน้องชายไหม
มีใครบังคับให้ฆ่าเทเลรีชิงเรือรึเปล่า
แม้แต่ การเผาเรือ ทิ้งผู้คนที่เหลือให้เดินข้ามน้ำแข็ง
 
โอ เกือบลืม
 
ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเมลคอร์ที่ยุยงให้โนลดอร์สร้างอาวุธ
เอ หรือว่าเป็นความผิดของวาลาร์ที่นำเอลฟ์มาวาลินอร์
 
 
 
 
บี    แน่นอนว่าเมลคอร์มีส่วนอย่างมากต่อชะตาชีวิตของเฟอานอร์
แต่เขาก็ยังต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองอยู่ดี
เมลคอร์ไม่ได้มีส่วนกับการที่เขารังเกียจน้อง การที่เขาหยิ่ง ขี้อิจฉา หรือลุ่มหลงซิลมาริล
บีคิดว่าเขาเป็นระเบิดเวลา เหมือนชะตาของเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้
 
 
 
เอ ผมเห็นด้วยว่าสักวันเฟอานอร์จะไปจากวาลินอร์ต่อให้ไม่มีเมลคอร์
 เมลคอร์อาจไม่มีส่วนร่วมต่อนิสัยของเขา
แต่อย่าลืมว่าตอนสร้างซิลมาริลเมลคอร์ถูกปล่อยออกมาแล้วนะครับ
แล้วเป้าหมายของคำโกหกก็คือเฟอานอร์
 
ผมไม่ค่อยเชื่อว่าจะเป็นพรหมลิขิต เขาเป็นคนที่มีแนวคิดปฏิวัติ
และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยิ่งใหญ่
เฟอานอร์หวังจะสร้างสิ่งใหม่โดยไม่มัวมานั่งเอ้อระเหยลอยชาย
หรือเอาแต่ร้องรำทำเพลงอย่างเอลฟ์ส่วนใหญ่
พวกเขาทำในสิ่งที่เป็นเกียรติ การเข้าร่วมสงครามกับมอร์กอธของโนลดอร์
ช่วยปกป้องส่วนหนึ่งของมิดเดิ้ลเอิร์ธไว้ได้
 
พวกเขาอาจทำไม่สำเร็จ แต่เขาก็ลงมือทำนะครับ
ถ้าไม่ลงมือทำจะรู้ำกำลังของตัวเองได้ยังไง
 
 
 
ซี เราสงสัยนะว่า ถ้าเฟอานอร์เศร้าเสียใจที่พ่อตายจริง
ทำไมคำสาบานไม่เอ่ยถึงการแก้แค้นแทนพ่อสักคำ
มีแต่บอกว่าจะทวงซิลมาริล  เรานึกบ่อยๆถึงภาพที่เฟอานอร์นั่งจุมปุ๊ก
เผชิญหน้ากับกอธม็อก ฟาดแขนฟาดขากะพื้น
ร้องไห้งอแง ร้องว่า"เอาซิลมาริลของข้าคืนมานะ.....
คืนซิลมาริลของข้ามาซะดีๆ....เจ้าเอามันไปไม่ได้ มันเป็นของข้า!!!!!"
 
 
 
ดี ผมชอบความคิดนี้เหมือนกัน
ผมว่าวาลาร์ก็ต้องรับผิดชอบต่อการปล่อยเมลคอร์ออกมานะ 
ถ้าวาลาร์มีปัญญามองเห็นสิ่งที่เมลคอร์ทำ โศกนาฏกรรมนี้ก็ไม่เกิด
 
 
 
เอฟ โอเคเราเห็นตรงกันว่าเฟอานอร์และเมลคอร์ต่างมีส่วน
แล้วทำไมวาลาร์ต้องมารับผิดชอบด้วยล่ะ
 วาลาร์ไม่จำเป็นต้องรู้ไปซะทุกเรื่อง เค้าจะรู้ได้ไงว่าอะไรจะเกิดขึ้น
 เพราะเมลคอร์เองก็เป็นวาลาร์และมีอำนาจไม่แพ้มานเวเลย 
 
 
 
 
ซี ความจริงฟินเวรักเฟอานอร์ที่สุด และไม่มีใครรักพ่อได้เท่าเขา
แต่มันไม่ได้หมายความว่าในชีวิตเขารักพ่อมากที่สุดนี่คะ
เรายังไม่แน่ใจว่าระหว่างพ่อกับซิลมาริล อะไรที่เขารักมากกว่า
เผอิญสองเรื่องนี้มันไปด้วยกัน
 
ถ้าจะโทษมานเวที่ปล่อยเมลคอร์ ถ้าอย่างนั้นเฟอานอร์ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย
ต้องโทษมานเว เอ๊ย โทษเมลคอร์
เอ๊ะ หรือจะโทษเอรู ที่รู้ทั้งรู้ว่าเมลคอร์นิสัยไม่ดี ร้องเพลงพาวงล่ม
ยังจะให้เมลคอร์มีอำนาจสูงสุดอีก แทนที่จะกำจัดไปแต่แรก
 
บางคนตัดสินว่าการกระทำของเฟอานอร์มีผลมาจากที่อื่น
เราถูกทำให้เชื่อว่า มันเป็นความผิดของฟินเวที่มีเมียใหม่
เพราะฟิงโกลฟินเป่าหูพ่อ คิดจะแย่งบัลลังก์
 เพราะเทเลรีไม่ยอมให้เรือแต่โดยดี เฟอานอร์เลยต้องแย่งชิงมา
ในบรรดาเอลดาร์เขาเป็นคนที่มีข้อบกพร่องมากที่สุด
ยิ่งใหญ่ที่สุดในด้านพลังและฝีมือก็จริง  แต่ก็ด้อยที่สุดในด้านความรักความเมตตา
 
 
เอ  ผมไม่ได้บอกว่าเฟอานอร์ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง
แต่ผมเห็นว่ามานเวต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งต่อเมลคอร์และเฟอานอร์
 
 
เอฟ มานเวไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตนี่นา
เขาเลือกจะปล่อยเมลคอร์ไปเพราะเขาเชื่อว่าคนเลวกลับตัวได้ 
มานเวเป็นเทพบดีที่มีเมตตาดังนั้นจึงถูกลวงได้ง่ายๆ
ในขณะที่อุลโม  ทัลคัส ไม่หลงกล เราว่ามานเวก็มีความตั้งใจที่ดี
 
 
เอช คงไม่สามารถโทษว่าใครคนใดคนหนึ่ง
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้หรอกค่ะ
ส่วนใหญ่ๆเป็นเพราะเมลคอร์และตัวเฟอานอร์เอง
อย่างไรก็ตามเฟอานอร์ก็ต้องรับผลที่ตามมาเพราะชีวิตของเขาเขาตัดสินใจเอง
 ส่วนวาลาร์ก็มีส่วนเล็กน้อยที่ความไม่รู้
ทั้งเรื่องการปล่อยเมลคอร์ แล้วก็กว่าจะรู้ว่าเมลคอร์เป็นตัวการยุยงโนลดอร์
เหตุการณ์ก็สายเกินแก้เสียแล้ว
 
 
 
 
จากที่อ่านมาอย่างที่เอชสรุป เราเห็นด้วย
 
มานเวคล้ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือกฏหมายที่ไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพ
 
จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน คนร้ายลอยนวล
 
แล้วก็บางทีนิ่งเฉย ดูดายเกินไป แต่ความผิดหลักๆย่อมตกอยู่ที่ตัวคนร้าย
 
อีกอย่างที่เสริมคือ ทุกตัวละครมันมีปมกันทั้งนั้น
 
แต่ละตัวมีปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ทั้งน่าสงสาร น่าเห็นใจ
 
แต่สุดท้ายแล้วคนที่จะเลือกก็คือ ตัวเราเท่านั้น
 
และพอเลือกไปแล้วก็ควรจะยืดอกรับผลที่ตามมาด้วย
 
เหมือนคำพูดของกัปตันแจ็คอ่ะ
 
ในโลกนี้มีทางเลือกอยู่สองทาง ทำ กับ ไม่ทำ
 

 
เชื่อว่าใครหลายๆคนประทับใจท่านผู้นี้นะ
ขนาดเอาไปตั้งชื่อลูกเลยทีเดียว
 
บางคนชอบซีนไฮปาร์กของเฟอานอร์
ชอบความ เก่งกาจ....เกรียน..ดื้อดึง...รั้น จนถึงที่สุด
เหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานำไปสู่ความจริงที่ว่า

ถ้าเฟอานอร์ไม่มีบุคลิกลักษณะเช่นนี้ เรื่องซิลมาริลจะไม่เกิด
 
 
 
 ความจริงปมปัญหาของเฟอานอร์ถ้าตัดนิสัยส่วนตัวของแกไปแล้ว
(แต่เอ นิสัยส่วนตัวแกก็มาจาสาเหตุนี้นี่นา)

 มาจากเหตุผลแรกคือ การแต่งงานใหม่ของฟินเวย์
 
 ที่ต้องให้ภรรยาคนแรกแบบมิริเอล รับรองว่าจนกว่าโลกจะแตกสลาย
นางก็จะไม่ออกมาจากห้องพระโรงแห่งมานโดสอีก พูดง่ายๆอีก ผมเหงา
ผมยังอยากมีคู่ ผมยังอยากจะแต่งงาน ผมยังอยากมีเมีย 
ต่อให้ต้องขอให้เมียผมตายๆไป และลูกชายของผมไม่มีหวังว่าจะได้เจอหน้าแม่ของเค้าอีก  ผมก็จะแต่งงานใหม่
 ลูกช